ภาษาเขมรถิ่นไทย

ภาษาเขมรถิ่นไทยและที่มา

ภาษาเขมรถิ่นไทยและที่มา

ภาษาเขมรถิ่นไทยและที่มา

 นามเรียกขาน        

          ภาษาเขมรมีผู้พูดอยู่ในหลายประเทศทั้งในประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม และประเทศไทย ภาษาเขมรที่พูดในประเทศไทยเรียกว่า ภาษาเขมรถิ่นไทย ชื่อนี้ได้มาจากการตกลงกันในการประชุมที่โรงเรียนสิรินธร จังหวัดสุรินทร์ในปี 2533 ต่อมาชื่อนี้ขยายไปเรียกชาวชาติพันธุ์เขมรในถิ่นอื่นๆ นอกจากจังหวัดสุรินทร์ และชาวเขมรในภาคตะวันออกของประเทศไทยด้วย เนื่องจากมีความหมายครอบคลุมทั้งในประเทศไทย แม้ว่าภาษาเขมรถิ่นไทยจะมีลักษณะทางภาษาใกล้เคียงกับภาษาเขมรที่พูดในประเทศกัมพูชาแต่ก็มีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาเขมรถิ่นไทยในหลายพื้นที่ เช่น ภาษาเขมรสุรินทร์และศรีสะเกษ ยังคงรักษาเสียงพยัญชนะสะกด “ร” อย่างเคร่งครัด เป็นต้น  เว็ปตรงแตกหนัก

          ชาวเขมรส่วนใหญ่เรียกตนเองว่า “คะแมร” ยกเว้นชาวเขมรที่จังหวัดตราดจะเรียกตนเองว่า “คะเมร” ซึ่งสันนิษฐานว่าสระเอเป็นเสียงเดิมของคำคำนี้ และไทยก็ยืมเข้ามาตั้งแต่ออกเสียงเป็นสระเอ จึงออกเสียงและเขียนว่า “เขมร” ชาวเขมรในอีสานใต้จะเรียกตนเองเพื่อแยกแยะความแตกต่างจากชาวเขมรในประเทศกัมพูชาจะเรียกว่า “คะแมร ลือ” แปลว่า “เขมรบน” และจะเรียกขาวเขมรในประเทศกัมพูชาว่า “คะแมร กรอม” แปลว่า “เขมรล่าง” ชื่อทั้งสองนี้มาจากการเปรียบเทียบตามลักษณะทางภูมิศาสตร์และเส้นแบ่งเขตแดนของทั้งสองกลุ่ม โดยแผ่นดินอีสานใต้นั้นเป็นที่ราบสูงและแผ่นดินของกัมพูชาที่ติดกันนั้นเป็นที่ราบต่ำ และบางช่วงเส้นเขตแดนทางธรรมชาตินั้นเป็นแนวภูเขาสูง เมื่อไปยืนบนภูเขาที่เป็นเส้นแบ่งเขตแดนนี้จะมองเห็นแผ่นดินส่วนของกัมพูชาเป็นที่ราบต่ำลงไป แต่ชาวเขมรในภาคตะวันออกของประเทศไทยไม่ได้รับรู้ถึงความแตกต่างของลักษณะทางภูมิศาสตร์เช่นนี้ จึงไม่ได้เรียกตนเองหรือชาวเขมรในกัมพูชาด้วยคำดังกล่าว 

เกร็ดประวัติศาสตร์

          ชาวเขมรในประเทศไทยอยู่เป็นชุมชนขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้างทั้งในภาคตะวันออกและตอนล่างของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสานใต้) มีพื้นที่คาบเกี่ยวกับโบราณสถานที่อยู่ในอารยธรรมขอมในอดีตซึ่งกระจัดกระจายในอีสานใต้ จึงเชื่อว่าส่วนหนึ่งอยู่ติดพื้นที่มานานแล้ว และส่วนหนึ่งมีประวัติการอพยพจากบางพื้นที่ของกัมพูชา เข้ามาสมทบในช่วงเวลาหลายชั่วอายุคน นอกจากนี้ชาวเขมรในอีสานใต้ของไทยบางพื้นที่ยังมีประวัติว่าเป็นชาวกวย (หรือชาวกูย หรือชาวส่วย) เข้ามาอยู่อาศัยปะปนกับชาวเขมร และถูกกลืนกลายเป็นชาวเขมรในที่สุด เนื่องจากสังคมชาวกวยอยู่ในวงล้อมของสังคมผู้ใช้ภาษาเขมรและชาวกวยอยู่ปะปนกับชาวเขมรโดยที่มีสัดส่วนของชาวเขมรในพื้นที่นั้นๆ มากกว่า ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ว่ามีควาญช้างหัวหน้ากลุ่มชาวกวย มีความดีความชอบต่อกษัตริย์อยุธยาช่วยจับช้างหลุดจากทัพได้ และทรงยกให้หัวหน้าชาวกวยเป็นเจ้าเมืองสุรินทร์และเมืองใกล้เคียง ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นอำเภอต่างๆ ในจังหวัดสุรินทร์ เมื่อครองเมืองแล้วก็อยู่อาศัยปะปนกับชาวเขมรซึ่งมีจำนวนมากกว่า ซึ่งตามการศึกษาจีโนมของชาวเขมรสุรินทร์ ชาวกวยสุรินทร์ และชาวเขมรในกัมพูชา พบว่า ชาวเขมรสุรินทร์ปัจจุบันมีจีโนมบางตัวร่วมกับชาวส่วยสุรินทร์แต่ไม่พบจีโนมตัวนี้ในชาวเขมรกัมพูชา แสดงว่าชาวเขมรในจังหวัดสุรินทร์ปัจจุบันมีบรรพบุรุษที่เป็นทั้งชาวเขมรและชาวกวย ชาวเขมรที่อยู่รอบนอกของอีสานใต้ เช่น จังหวัดนครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด บางคนระบุว่ารุ่นพ่อแม่อพยพมาจากสุรินทร์และบุรีรัมย์ ส่วนชาวเขมรในภาคตะวันออกของไทยนั้นบางจุดมีประวัติการอพยพจาก “เขมรฝ่ายใน” ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เช่นที่ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ส่วนในจันทบุรีไม่พบประวัติการอพยพ และเขมรป่าที่ตราดมีประวัติการอพยพจากชายแดนของอีกฝั่ง  สล็อตเว็บตรง

 

 

แหล่งพำนักพักพิง 

          ชาวเขมรในอีสานใต้อยู่กระจัดกระจายตั้งแต่อำเภอน้ำยืน ซึ่งอยู่ทางใต้ของจังหวัดอุบลราชธานี อำเภอเกษตรวิสัยซึ่งอยู่ทางใต้ของจังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอพยัคภูมิพิสัยซึ่งอยู่ทางใต้ของจังหวัดมหาสารคาม และในหลายอำเภอของจังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และทางตะวันออกสุดของพื้นที่อีสานใต้คืออำเภอเสิงสาง ซึ่งอยู่ทางใต้ของจังหวัดนครราชสีมา โดยพื้นที่ทางตะวันออกของอีสานใต้นั้นติดกับภาคตะวันออกของประเทศไทย และพบว่ามีชาวเขมรอาศัยอยู่ในบางพื้นที่ของจังหวัดปราจีนบุรี บางพื้นที่ของจังหวัดสระแก้ว บางพื้นที่ของจังหวัดฉะเชิงเทรา เช่นที่อำเภอราชสาส์น อำเภอแปลงยาว และในจังหวัดจันทบุรี ได้แก่อำเภอสอยดาว อำเภอโป่งน้ำร้อน และมีชาวเขมรอยู่อาศัยในจังหวัดตราด อำเภอบ่อไร่และอำเภอเมืองบริเวณที่อยู่ติดชายแดน นอกจากนี้มีกล่าวถึงชาวเขมรที่อพยพมาหลายชั่วอายุคนแล้วไปอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรีและราชบุรี ซึ่งปัจจุบันไม่พูดภาษาเขมรแล้ว เพียงแต่ทราบว่าบรรพบุรุษบางคนพูดภาษาเขมรและอพยพมาจากเขมร  สล็อตเว็บตรง

วัฒนธรรมทรงคุณค่า

          วัฒนธรรมไหว้ผีบรรพบุรุษเหมือนกันซึ่งบางพื้นที่เรียกว่า “โดนตา” บางพื้นที่เรียก “ปจุม เบ็น” ซึ่งจะทำบุญในเดือนสิบให้แก่ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว และถือเป็นโอกาสในการรวมญาติ ลูกหลานที่ไปทำงานในที่ห่างไกลก็จะกลับมาพบกันในช่วงนี้ มีการทำข้าวต้ม อาหาร และจัดเตรียมข้าวของเซ่นไหว้บรรพบุรุษ รวมทั้งเสื้อผ้า และมีการนำสิ่งของเหล่านี้ใส่กระเชอสำหรับให้ผีบรรพบุรุษนำกลับไปกินระหว่างทาง ส่วนในจังหวัดฉะเชิงเทรามีประเพณีที่แปลกออกไปจากชุมชนเขมรอื่นๆ คือมีประเพณีเลี้ยงผี นอกจากนี้บางพื้นที่เช่นที่สุพรรณบุรีได้ยินว่ามีประเพณีไหว้พระจันทร์อีกด้วย    สล็อตเว็บตรงแตกง่าย

          พื้นฐานวัฒนธรรมดั้งเดิมของเขมรที่หลงเหลือผ่านภาษาคือมีคำเรียก “ลูกพี่ลูกน้อง” ว่า “บอง ปโอน จะโดน มูย” (สำเนียงสุรินทร์) ซึ่งแปลว่า “พี่น้องที่มียายหรือย่าคนเดียวกัน” ซึ่งการใช้คำศัพท์นี้แสดงให้เห็นว่าเดิมเขมรเคยมีการจัดระเบียบทางสังคมโดยที่ผู้หญิงเป็นใหญ่ นอกจากนี้ในหลายๆ ชุมชนพบว่าผู้หญิงจะเป็นร่างทรงหรือหมอเสี่ยงทาย ซึ่งคือเป็นผู้นำชุมชนในอดีตกาลก่อนรับวัฒนธรรมจากอินเดียนั่นเอง  สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

ภาษา…อัตลักษณ์แห่งตน

          ภาษาเป็นสิ่งที่แสดงอัตลักษณ์ของกลุ่มคน ภาษาเขมรถิ่นไทย เป็นภาษาหนึ่งที่สำคัญในตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก (Austro-asiatic language family) และเป็นภาษาที่ไม่มีระบบเสียงวรรณยุกต์แต่จะแยกความหมายของคำด้วยระบบของเสียงสระ   สล็อตเว็บตรง

 

 

 

ลักษณะภาษาเขมรถิ่นไทย

          พยัญชนะต้นอาจเป็นพยัญชนะต้นเดี่ยวหรือพยัญชนะต้นควบก็ได้ พยัญชนะต้นเดี่ยวภาษาเขมรถิ่นไทย มี ๒๒ ตัว ได้แก่ ก ค ง จ ช ซ ญ ด ต ท น บ ป พ ฟ ม ย ร ล ว อ ฮ เช่น กัด = ตัด / แค = เดือน, พระจันทร์

          พยัญชนะต้นควบ ซึ่งปรากฏเป็นพยัญชนะตัวที่สอง มี ๓ ตัว ได้แก่ ร ล ว ซึ่งสามารถควบได้กับ ก ค จ ซ ต ท บ ป พ ได้แก่ กราว = นอก / จราน = ผลัก / ซรา = เหล้า ตรำ = แช่ / คลอจ = ไหม้ / คลัง = แรง / ซลับ = ตาย ซวาย = มะม่วง

          พยัญชนะสะกด ภาษาเขมรถิ่นไทยแสดงลักษณะของภาษากลุ่มมอญ-เขมรที่ชัดเจน ได้แก่ จ ญ ร ล ฮ ขณะที่พูดจะออกเสียงเหล่านี้อย่างชัดเจน เช่น โคจ = เสีย / ติญ = ซื้อ โฮร = ไหล / จ็อล = ชน / ลโล็ฮ = บวมเป่ง

          สระมีทั้งเสียงสั้นและเสียงยาวซึ่งทำให้ความหมายแตกต่างกัน สระในภาษาเขมรมีเสียงแปรต่างกันไปตามพื้นที่ เช่น จังหวัดสุรินทร์มีการออกเสียงสระแตกต่างกันตามระดับความสูงของลิ้น ส่วนจังหวัดจันทบุรีมีการออกเสียงสระที่ต่างกันที่ลักษณะน้ำเสียงด้วย ในที่นี้ขอยกตัวอย่างเสียงสระสำเนียงจังหวัดสุรินทร์ ได้แก่ อะ อา อิ อฺิ อี อฺี อึ อฺี อือ อฺือ อุ อฺ อู อฺ เอะ เอ แอะ แอ โอะ โอ เอาะ เอฺาะ ออ ออฺ เออะ เออฺะ เออ เออฺ เอียะ เอีย อัวะ อัว เอือะ เอือ เอา เช่น กฺี = เขา บัด = หาย / บาด = คำลงท้ายแสดงความสุภาพของผู้ชายซี = กิน / เต = ไม่ / เรีย็ง = แล้ง / เรียง = เข็ด 

ส่วนวรรณยุกต์นั้นไม่มีในระบบของภาษาเขมรถิ่นไทย

          คำส่วนใหญ่เป็นคำพยางค์เดียวและคำสองพยางค์ เช่น ติญ = ซื้อ / กันตุย = หาง โดยทั่วไปจะเน้นเสียงหนักที่พยางค์สุดท้าย แต่การเน้นพยางค์ไม่ใช่ลักษณะสำคัญที่ทำให้ความหมายเปลี่ยน เป็นภาษามีลักษณะการสร้างคำด้วยการเติมหน่วยเติมหน้าคำ (อุปสรรค) เช่น กัด = ตัดปกัด = ผสมพันธุ์ และสร้างคำด้วยการเติมหน่วยเติมกลางคำ (อาคม) ตุม = เกาะ (กริยา) / ตรอนุม = คอน (สำหรับเกาะ)

          ลักษณะประโยคมีการเรียงคำแบบประธาน-กริยา-กรรม เช่น แม กำปุง ตนำ บาย <แม่-กำลัง-หุง-ข้าว> = แม่กำลังหุงข้าว ประโยคปฏิเสธจะมีการใช้คำแสดงการปฏิเสธ ๒ คำ วางไว้หน้าและหลังคำกริยา เช่น คญม มัน เติว็ เต <ฉัน-ไม่-ไป-ไม่> = ฉันไม่ไปหรอก คำขยายมักอยู่หลังคำหลัก เช่น ปเตีย็ฮ ทแม็ย <บ้าน-ใหม่> = บ้านใหม่ แต่คำขยายในประโยคบางครั้งจะวางไว้หน้าหลัง เช่น โกน กเมญ ร็วด ดูล บะ ดัย <เด็ก-เด็ก-วิ่ง-ล้ม-หัก-แขน> = เด็กน้อยวิ่งหกล้มแขนหัก 

ส่วนวรรณยุกต์นั้นไม่มีในระบบของภาษาเขมรถิ่นไทย

          คำส่วนใหญ่เป็นคำพยางค์เดียวและคำสองพยางค์ เช่น ติญ = ซื้อ / กันตุย = หาง โดยทั่วไปจะเน้นเสียงหนักที่พยางค์สุดท้าย แต่การเน้นพยางค์ไม่ใช่ลักษณะสำคัญที่ทำให้ความหมายเปลี่ยน เป็นภาษามีลักษณะการสร้างคำด้วยการเติมหน่วยเติมหน้าคำ (อุปสรรค) เช่น กัด = ตัด ปกัด = ผสมพันธุ์ และสร้างคำด้วยการเติมหน่วยเติมกลางคำ (อาคม) ตุม = เกาะ (กริยา) / ตรอนุม = คอน (สำหรับเกาะ)

          ลักษณะประโยคมีการเรียงคำแบบประธาน-กริยา-กรรม เช่น แม กำปุง ตนำ บาย <แม่-กำลัง-หุง-ข้าว> = แม่กำลังหุงข้าว ประโยคปฏิเสธจะมีการใช้คำแสดงการปฏิเสธ ๒ คำ วางไว้หน้าและหลังคำกริยา เช่น คญม มัน เติว็ เต <ฉัน-ไม่-ไป-ไม่> = ฉันไม่ไปหรอก คำขยายมักอยู่หลังคำหลัก เช่น ปเตีย็ฮ ทแม็ย <บ้าน-ใหม่> = บ้านใหม่ แต่คำขยายในประโยคบางครั้งจะวางไว้หน้าหลัง เช่น โกน กเมญ ร็วด ดูล บะ ดัย <เด็ก-เด็ก-วิ่ง-ล้ม-หัก-แขน> = เด็กน้อยวิ่งหกล้มแขนหัก

 

          ธำรงรักษาภาษาเขมรถิ่นไทย

          ภาษาเขมรในประเทศไทยอยู่ในภาวะถดถอยเนื่องจากความเจริญทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้ชุมชนท้องถิ่นเข้าถึงภาษาไทยได้ง่าย และละเลยการอนุรักษ์ภาษาพูดของตน อย่างไรก็ตาม คนไทยเชื้อสายเขมรในพื้นที่โดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์และนักวิชาการได้ร่วมกันพยายามอนุรักษ์ภาษาและวัฒนธรรมเขมรถิ่นไทย ที่มีลักษณะเฉพาะตัว แตกต่างจากภาษาเขมรกัมพูชาไว้ โดยดำเนินโครงการสอนภาษาเขมรถิ่นไทยด้วยอักษรไทย เพื่อช่วยบันทึกและรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น วรรณกรรมมุขปาฐะต่างๆ และนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนภาษาเขมรถิ่นไทยด้วยอักษรไทย การดำเนินการนี้นอกจากช่วยในการรักษาภาษาเขมรถิ่นไทย และภูมิปัญญาท้องถิ่นแล้ว ยังช่วยให้สามารถเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาการเรียนภาษาไทย ซึ่งเป็นภาษาราชการและใช้เป็นภาษาของการศึกษาด้วย ดังเช่นที่ดำเนินการในโรงเรียนโพธิ์กอง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ และราชบัณฑิตยสภาได้จัดพิมพ์คู่มือระบบเขียนภาษาเขมรถิ่นไทยอักษรไทยในปี ๒๕๕๖ อันจะเป็นการช่วยอนุรักษ์ภาษาเขมรถิ่นไทยในท้องถิ่นต่างๆ และช่วยพัฒนาการศึกษาของเยาวชน และเป็นพื้นฐานสำหรับการเรียนรู้ภาษาเขมรกัมพูชาต่อไป นอกจากนี้กรมกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้ประกาศขึ้นบัญชีภาษาเขมรถิ่นไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๖ สาขาภาษา อันเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่กลุ่มคนที่ใช้ภาษาเขมรถิ่นไทยที่จะสืบสานและสืบทอดภาษาและวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป

อ้างอิงข้อมูลจาก

website: http://www.xn--12c3bbp2co4acc5a8j7dwd.com/

Comments are closed

Latest Comments

ไม่มีความเห็นที่จะแสดง